ค่าพวงหรีด ลงบัญชีอย่างไร คู่มือนิติบุคคล ค่ารับรอง ภาษีซื้อ และตัวอย่างบันทึกบัญชี

ค่าพวงหรีด ลงบัญชีอย่างไร คู่มือนิติบุคคลฉบับอ้างอิงกฎหมาย

ค่ารับรองหรือสวัสดิการ เพดานหักรายจ่าย ภาษีซื้อ และตัวอย่างลงบัญชี สำหรับฝ่ายบัญชีและผู้บริหาร

จุดเด่นสำหรับลูกค้านิติบุคคล


📄

ใบกำกับภาษี

ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบทุกออร์เดอร์

💳

บัญชีเครดิต

ลูกค้าประจำเปิดเครดิตเทอม 15-30 วันได้

📧

ส่งเอกสารทันที

อีเมล + ฉบับจริงทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

🛡️

ภาษีถูกต้อง

แยกค่ารับรองกับสวัสดิการให้ตั้งแต่ออกบิล

ฝ่ายบัญชีที่ได้รับบิลแล้วนำค่าพวงหรีด ลงบัญชีไม่ถูกหมวดเพียงครั้งเดียว อาจทำให้กิจการถูกบวกกลับรายจ่ายตอนปิดงบ หรือถูกประเมินภาษีซื้อคืนพร้อมเบี้ยปรับในภายหลัง หน้านี้สรุปให้ครบว่าพวงหรีดที่บริษัทส่งไปงานศพต้องลงเป็นค่ารับรองหรือสวัสดิการพนักงาน หักรายจ่ายได้เท่าไร ภาษีซื้อเคลมได้หรือไม่ ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม พร้อมตัวอย่างการบันทึกบัญชีจริงและรายการเอกสารที่ต้องเก็บ อ้างอิงประมวลรัษฎากรและกฎกระทรวงฉบับที่ 143 โดยตรง

ค่าพวงหรีด ลงบัญชีหมวดไหน ระหว่างค่ารับรองกับสวัสดิการพนักงาน

ตัวชี้ขาดคือผู้รับพวงหรีดเป็นใคร ถ้าส่งให้ลูกค้า คู่ค้า ซัพพลายเออร์ หรือบุคคลภายนอกที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ ให้บันทึกเป็นค่ารับรอง ถ้าส่งในงานศพของพนักงานหรือครอบครัวพนักงานตามระเบียบสวัสดิการที่ใช้กับพนักงานทุกคนโดยทั่วกัน ให้บันทึกเป็นค่าสวัสดิการพนักงาน สองหมวดนี้มีเพดานหักรายจ่ายและสิทธิภาษีซื้อต่างกันคนละเรื่อง จึงต้องแยกตั้งแต่วันตั้งเบิก ไม่ใช่ตอนปิดงบ

เหตุผลทางกฎหมายอยู่ในกฎกระทรวงฉบับที่ 143 ข้อ 2 ซึ่งกำหนดว่าค่ารับรองต้องเป็นค่ารับรองอันจำเป็นตามธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจทั่วไป และบุคคลซึ่งได้รับการรับรองต้องมิใช่ลูกจ้างของบริษัท เว้นแต่ลูกจ้างคนนั้นมีหน้าที่ต้องเข้าร่วมการรับรองด้วย นั่นแปลว่าพวงหรีดที่ส่งไปงานศพญาติของพนักงาน โดยสภาพแล้วไม่เข้านิยามค่ารับรอง แต่เป็นประโยชน์ที่ให้แก่ลูกจ้าง ซึ่งจะถือเป็นรายจ่ายได้ก็ต่อเมื่อกิจการมีระเบียบสวัสดิการเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุวงเงิน โอกาส และใช้กับพนักงานทุกคนในเงื่อนไขเดียวกัน ถ้าไม่มีระเบียบรองรับและจ่ายให้เฉพาะบางคน มีความเสี่ยงถูกมองว่าเป็นรายจ่ายส่วนตัวหรือการให้โดยเสน่หา ซึ่งเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3)

กรณีที่พบบ่อยอีกแบบคือพวงหรีดที่ส่งในนามบริษัทไปงานศพของบุคคลที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับกิจการเลย เช่น ญาติของกรรมการเป็นการส่วนตัว กรณีนี้ไม่ควรบันทึกเป็นรายจ่ายของบริษัท เพราะไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการหากำไรของกิจการ หากบันทึกไปแล้วต้องบวกกลับตอนคำนวณกำไรสุทธิเพื่อเสียภาษีเงินได้นิติบุคคล การแยกสามกลุ่มนี้ให้ชัดตั้งแต่ต้นทาง ทำให้การนำค่าพวงหรีด ลงบัญชีมีร่องรอยที่อธิบายได้ และช่วยให้ผู้สอบบัญชีตรวจงบได้เร็วขึ้น ลดข้อโต้แย้งเวลาถูกเรียกตรวจย้อนหลัง

ผู้รับพวงหรีดหมวดบัญชีที่ใช้หักรายจ่ายทางภาษีภาษีซื้อ
ลูกค้า คู่ค้า ซัพพลายเออร์ หน่วยงานที่ติดต่อธุรกิจค่ารับรองได้ ภายใต้เพดานกฎกระทรวง 143ต้องห้าม นำมาเครดิตไม่ได้
พนักงานหรือครอบครัวพนักงาน ตามระเบียบสวัสดิการค่าสวัสดิการพนักงานได้เต็มจำนวน หากมีระเบียบใช้ทั่วกันโดยหลักนำมาเครดิตได้
ลูกค้าในแคมเปญส่งเสริมการขายที่มีเงื่อนไขชัดเจนค่าส่งเสริมการขายได้ หากพิสูจน์ความเกี่ยวเนื่องกับรายได้พิจารณาเป็นกรณี ควรหารือผู้สอบบัญชี
บุคคลส่วนตัวของกรรมการหรือผู้ถือหุ้นไม่ควรลงเป็นรายจ่ายบริษัทไม่ได้ ต้องบวกกลับต้องห้าม

ในทางปฏิบัติ ผังบัญชีของแต่ละกิจการใช้รหัสไม่เหมือนกัน สิ่งที่ควรทำคือกำหนดรหัสบัญชีย่อยแยกค่ารับรองที่เป็นพวงหรีดและกระเช้าออกมาจากค่ารับรองก้อนใหญ่ เพราะรายการกลุ่มนี้มีเพดานรายบุคคลของตัวเองที่ต้องเฝ้าดู และตอนสิ้นปีจะดึงยอดมาทดสอบเพดานร้อยละ 0.3 ได้ทันทีโดยไม่ต้องไล่เปิดใบสำคัญทีละใบ

ค่าพวงหรีดหักเป็นรายจ่ายทางภาษีได้เต็มจำนวนไหม เพดานอยู่ตรงไหน

ถ้าลงเป็นค่ารับรอง จะหักได้ไม่เต็มจำนวนเสมอไป กฎกระทรวงฉบับที่ 143 กำหนดเพดานไว้สองชั้น ชั้นแรกคือค่าสิ่งของที่ให้แก่ผู้รับการรับรองต้องไม่เกินคนละ 2,000 บาทในแต่ละคราว ชั้นที่สองคือค่ารับรองรวมทั้งปีต้องไม่เกินร้อยละ 0.3 ของยอดรายได้ก่อนหักรายจ่ายหรือของทุนที่ชำระแล้ว แล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า และรวมแล้วต้องไม่เกิน 10 ล้านบาท ส่วนที่เกินสองเพดานนี้ต้องบวกกลับในแบบ ภ.ง.ด.50

เพดาน 2,000 บาทต่อคนต่อคราวคือจุดที่หลายกิจการพลาดโดยไม่รู้ตัว เพราะพวงหรีดดอกไม้สดขนาดใหญ่ที่ใช้ในงานผู้ใหญ่ระดับผู้บริหารหรืองานที่ต้องรักษาหน้าตาองค์กร ราคามักอยู่เหนือเส้นนี้ ตัวอย่างเช่น สั่งพวงหรีด 3,500 บาทให้ครอบครัวลูกค้ารายหนึ่ง ส่วนที่เกิน 1,500 บาทจะถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามทันที แม้เอกสารครบและจ่ายจริงก็ตาม การรู้เส้นนี้ล่วงหน้าทำให้ฝ่ายจัดซื้อวางนโยบายได้ เช่น กำหนดวงเงินมาตรฐานของบริษัทไว้ที่ 2,000 บาทสำหรับงานทั่วไป แล้วอนุมัติเป็นกรณีพิเศษเฉพาะงานสำคัญโดยรับรู้ตั้งแต่แรกว่าส่วนเกินจะบวกกลับ

อีกเงื่อนไขที่ถูกมองข้ามคือข้อ 5 ของกฎกระทรวงฉบับเดียวกัน ซึ่งกำหนดว่าค่ารับรองต้องมีกรรมการ ผู้เป็นหุ้นส่วน ผู้จัดการ หรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้อนุมัติหรือสั่งจ่าย และต้องมีใบรับหรือหลักฐานของผู้รับเงิน หมายความว่าใบกำกับภาษีอย่างเดียวไม่พอ ต้องมีร่องรอยการอนุมัติภายในด้วย ใบขออนุมัติที่ระบุชื่องาน ชื่อผู้วายชนม์ ความสัมพันธ์กับกิจการ วันที่ และลายเซ็นผู้มีอำนาจ คือเอกสารที่ทำให้รายจ่ายก้อนนี้ยืนอยู่ได้เวลาถูกตรวจ

เงื่อนไขตามกฎกระทรวงฉบับที่ 143สาระสำคัญสิ่งที่ต้องทำจริง
ข้อ 2 ลักษณะของค่ารับรองจำเป็นตามธรรมเนียมประเพณีทางธุรกิจ และผู้รับต้องไม่ใช่ลูกจ้างระบุความสัมพันธ์ทางธุรกิจของผู้รับในใบขออนุมัติ
ข้อ 3 (2) ค่าสิ่งของไม่เกินคนละ 2,000 บาทในแต่ละคราวตั้งวงเงินมาตรฐานต่อพวงหรีด และแยกส่วนเกินไว้บวกกลับ
ข้อ 4 เพดานรวมทั้งปีไม่เกินร้อยละ 0.3 ของรายได้หรือทุนที่ชำระแล้ว สูงสุด 10 ล้านบาททดสอบเพดานทุกไตรมาส ไม่รอสิ้นปี
ข้อ 5 การอนุมัติและหลักฐานต้องมีผู้มีอำนาจอนุมัติ และมีใบรับของผู้รับเงินเก็บใบขออนุมัติคู่กับใบกำกับภาษีในชุดเดียวกัน

สำหรับกรณีสวัสดิการพนักงาน ไม่มีเพดานร้อยละ 0.3 มาบังคับ เพราะไม่ใช่ค่ารับรอง แต่แลกมาด้วยเงื่อนไขว่าต้องเป็นสวัสดิการตามระเบียบที่ให้แก่พนักงานทุกคนโดยทั่วกัน ไม่เลือกปฏิบัติ กิจการที่ส่งพวงหรีดงานศพบิดามารดาพนักงานเป็นประจำจึงควรเขียนเรื่องนี้ลงในระเบียบสวัสดิการให้ชัด ระบุวงเงินต่อครั้งและขอบเขตความสัมพันธ์ที่ครอบคลุม แล้วอ้างอิงข้อระเบียบนั้นในใบสำคัญจ่ายทุกครั้ง เพราะเป็นหลักฐานชิ้นเดียวที่ทำให้ค่าพวงหรีด ลงบัญชีในหมวดสวัสดิการได้อย่างมั่นใจ

ภาษีซื้อจากค่าพวงหรีด นำมาเครดิตภาษีขายได้หรือไม่

ถ้าพวงหรีดนั้นเข้าลักษณะค่ารับรอง คำตอบคือเครดิตไม่ได้ มาตรา 82/5 (4) แห่งประมวลรัษฎากรระบุชัดว่าภาษีซื้อที่เกิดจากรายจ่ายเพื่อการรับรองหรือเพื่อการอันมีลักษณะทำนองเดียวกัน ห้ามนำมาหักในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม แต่ข่าวดีคือภาษีซื้อต้องห้ามก้อนนี้ไม่ได้สูญเปล่า เพราะมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) เปิดให้นำภาษีซื้อที่ต้องห้ามตามมาตรา 82/5 (4) ไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้

ผลในทางบันทึกบัญชีคือ ไม่ควรแยกเดบิตภาษีซื้อไว้ในบัญชีลูกหนี้กรมสรรพากรแล้วยื่นขอเครดิตในแบบ ภ.พ.30 แต่ให้รวมภาษีมูลค่าเพิ่มเข้าไปเป็นต้นทุนของค่ารับรองทั้งก้อน จุดนี้คือข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดในงานบัญชีของกิจการขนาดกลางและเล็ก เพราะโปรแกรมบัญชีจำนวนมากตั้งค่าเริ่มต้นให้แยกภาษีซื้ออัตโนมัติทุกครั้งที่คีย์ใบกำกับภาษี ถ้าไม่ตั้งรหัสภาษีซื้อต้องห้ามไว้แยกต่างหาก ยอดภาษีซื้อที่ยื่นไปจะเกินสิทธิ และเมื่อถูกตรวจพบภายหลังจะต้องคืนภาษีพร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

อีกเรื่องที่ต้องระวังคือ แม้เครดิตไม่ได้ ก็ยังต้องขอใบกำกับภาษีแบบเต็มรูปทุกครั้งอยู่ดี เพราะใบกำกับภาษีคือหลักฐานพิสูจน์ผู้รับเงิน จำนวนเงิน และวันที่เกิดรายการ ซึ่งจำเป็นทั้งต่อการหักรายจ่ายตามข้อ 5 ของกฎกระทรวง 143 และต่อการตรวจสอบภายใน กิจการที่ยอมรับแค่บิลเงินสดเขียนมือจากแผงดอกไม้ริมทาง มักเจอปัญหาตอนผู้สอบบัญชีขอเอกสารประกอบ เพราะพิสูจน์ไม่ได้ว่ารายจ่ายเกิดขึ้นจริงและเกี่ยวเนื่องกับกิจการ

ในทางกลับกัน ถ้าพวงหรีดนั้นเป็นสวัสดิการพนักงานตามระเบียบที่ให้ทั่วกัน โดยหลักถือว่าเป็นรายจ่ายเพื่อกิจการที่ไม่ใช่ค่ารับรอง ภาษีซื้อจึงนำมาหักได้ตามปกติ ความต่างของสองกรณีนี้อยู่ที่เอกสารตั้งต้นล้วน ๆ ดังนั้นก่อนคีย์ใบกำกับภาษีเข้าโปรแกรม ควรให้คนตั้งเบิกระบุตั้งแต่แรกว่าเป็นงานของบุคคลภายนอกหรือของพนักงาน แล้วผูกรหัสภาษีซื้อให้ถูกประเภทตั้งแต่จุดนั้น เพราะการมาแก้ย้อนหลังหลังยื่นแบบไปแล้วยุ่งกว่ามาก และเป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้ค่าพวงหรีด ลงบัญชีผิดพลาดสะสมทั้งปี

สั่งพวงหรีดในนามบริษัท ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายไหม และเก็บเอกสารอะไรบ้าง

ถ้าเป็นการซื้อพวงหรีดสำเร็จรูปพร้อมจัดส่ง ถือเป็นการซื้อสินค้า ผู้จ่ายเงินไม่มีหน้าที่หักภาษี ณ ที่จ่าย แต่ถ้าสัญญามีลักษณะเป็นการจ้างทำของหรือจ้างบริการ เช่น จ้างจัดดอกไม้ตกแต่งศาลาทั้งงาน จัดดอกไม้หน้าหีบตามแบบที่กำหนด หรือรับจัดงานให้ทั้งพิธี ส่วนที่เป็นค่าบริการต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายในอัตราร้อยละ 3 ตามคำสั่งกรมสรรพากรที่ ท.ป.4/2528 และออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้รับเงิน

เส้นแบ่งอยู่ที่เนื้อหาของงานไม่ใช่ชื่อที่เขียนบนใบเสร็จ ออร์เดอร์พวงหรีดหน้าศาลาทั่วไปที่ร้านมีสินค้าสำเร็จอยู่แล้วและส่งถึงที่ ถือเป็นการขายสินค้าตามปกติ ส่วนงานที่ลูกค้ากำหนดแบบ ขนาด โทนสี และให้ทีมงานไปติดตั้งจัดวางในสถานที่ มีองค์ประกอบของการจ้างทำของชัดเจน กรณีที่ใบเสนอราคามีทั้งค่าสินค้าและค่าบริการปนกัน วิธีที่ปลอดภัยที่สุดคือให้ร้านแยกบรรทัดค่าสินค้ากับค่าบริการออกจากกันในเอกสารตั้งแต่แรก แล้วหักภาษี ณ ที่จ่ายเฉพาะส่วนค่าบริการ

ด้านเอกสาร ชุดที่ควรเก็บเข้าแฟ้มเดียวกันต่อหนึ่งออร์เดอร์ประกอบด้วยใบขออนุมัติที่มีลายเซ็นผู้มีอำนาจ ใบกำกับภาษีเต็มรูปในชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีของบริษัท ใบเสร็จรับเงินหรือหลักฐานการโอน หลักฐานการส่งมอบ และถ้ามี ให้แนบภาพถ่ายพวงหรีดที่ติดป้ายชื่อบริษัทหน้างานด้วย ภาพถ่ายไม่ใช่เอกสารบังคับตามกฎหมาย แต่เป็นหลักฐานประกอบที่ช่วยยืนยันว่ารายจ่ายเกิดขึ้นจริงและเกี่ยวเนื่องกับกิจการ ซึ่งมีน้ำหนักมากเวลาต้องชี้แจงย้อนหลังหลายปี และทำให้ค่าพวงหรีด ลงบัญชีของบริษัทผ่านการตรวจได้โดยไม่ต้องตามหาเอกสารเพิ่ม

เอกสารใช้ทำอะไรระยะเวลาที่ควรเก็บ
ใบขออนุมัติค่ารับรอง มีลายเซ็นผู้มีอำนาจรองรับข้อ 5 กฎกระทรวง 143อย่างน้อย 5 ปี ตามอายุการตรวจสอบ
ใบกำกับภาษีเต็มรูปในชื่อบริษัทพิสูจน์รายจ่ายและจำนวนภาษีมูลค่าเพิ่มอย่างน้อย 5 ปี
ใบเสร็จรับเงินหรือสลิปโอนพิสูจน์การจ่ายเงินจริงอย่างน้อย 5 ปี
หนังสือรับรองการหักภาษี ณ ที่จ่าย เฉพาะกรณีค่าบริการรองรับการนำส่งแบบ ภ.ง.ด.53อย่างน้อย 5 ปี
ภาพถ่ายพวงหรีดหน้างานพร้อมป้ายชื่อบริษัทหลักฐานประกอบความเกี่ยวเนื่องกับกิจการเก็บเท่าที่ทำได้

เวลาสั่งกับ Aorest Wreath ในนามนิติบุคคล แจ้งชื่อบริษัท ที่อยู่ตามหนังสือรับรอง เลขประจำตัวผู้เสียภาษี และรหัสสาขาที่ต้องการให้ออกบิลมาพร้อมออร์เดอร์ได้เลย ทางร้านออกใบกำกับภาษีและใบเสร็จรับเงินให้ทุกออร์เดอร์ ส่งไฟล์ทางอีเมลก่อนแล้วตามด้วยฉบับจริงทางไปรษณีย์ ถ้าต้องการเปิดเครดิตเทอมสำหรับการสั่งประจำ แจ้งทีมขายเพื่อทำเรื่องเปิดบัญชีลูกค้าองค์กรได้ ดูช่วงราคาแต่ละแบบก่อนตั้งวงเงินภายในได้ที่หน้า ราคาพวงหรีดทุกแบบ และดูรูปแบบที่เหมาะกับงานแต่ละประเภทได้ที่ คู่มือพวงหรีดทุกประเภทในกรุงเทพ

ตัวอย่างบันทึกบัญชีค่าพวงหรีด ลงคู่บัญชีอย่างไรให้ถูกตั้งแต่วันแรก

สมมติบริษัทสั่งพวงหรีดดอกไม้สดราคา 2,500 บาท ภาษีมูลค่าเพิ่มร้อยละ 7 เท่ากับ 175 บาท จ่ายจริง 2,675 บาท ถ้าส่งให้ลูกค้า ให้เดบิตค่ารับรอง 2,675 บาท เครดิตเงินฝากธนาคาร 2,675 บาท โดยรวมภาษีซื้อต้องห้ามเข้าไปในค่ารับรองทั้งก้อน แต่ถ้าเป็นสวัสดิการงานศพญาติพนักงานตามระเบียบ ให้เดบิตค่าสวัสดิการพนักงาน 2,500 บาท เดบิตภาษีซื้อ 175 บาท เครดิตเงินฝากธนาคาร 2,675 บาท

กรณีเดบิตเครดิตหมายเหตุ
พวงหรีดให้ลูกค้า จ่ายสด 2,675 บาทค่ารับรอง 2,675เงินฝากธนาคาร 2,675ภาษีซื้อ 175 รวมเป็นค่าใช้จ่าย ห้ามเครดิต
พวงหรีดสวัสดิการงานศพญาติพนักงาน 2,675 บาทค่าสวัสดิการพนักงาน 2,500 และภาษีซื้อ 175เงินฝากธนาคาร 2,675ต้องอ้างข้อระเบียบสวัสดิการในใบสำคัญ
สั่งแบบเครดิตเทอม 30 วัน ณ วันตั้งหนี้ค่ารับรอง 2,675เจ้าหนี้การค้า 2,675รับรู้ตามเกณฑ์คงค้างในเดือนที่ได้รับของ
วันที่จ่ายชำระเจ้าหนี้เจ้าหนี้การค้า 2,675เงินฝากธนาคาร 2,675แนบสลิปโอนคู่กับใบสำคัญจ่าย
จ้างจัดดอกไม้หน้าหีบ ค่าบริการ 10,000 บาทค่าใช้จ่ายจัดงาน 10,000เงินฝากธนาคาร 9,700 และภาษีหัก ณ ที่จ่ายค้างจ่าย 300หักร้อยละ 3 เฉพาะส่วนค่าบริการ นำส่งด้วยแบบ ภ.ง.ด.53

สิ่งที่ต้องทำเพิ่มตอนปิดปีคือการทดสอบเพดาน ให้ดึงยอดรวมบัญชีค่ารับรองทั้งปีมาเทียบกับร้อยละ 0.3 ของยอดรายได้ก่อนหักรายจ่ายหรือของทุนที่ชำระแล้วแล้วแต่จำนวนใดจะมากกว่า และไม่เกิน 10 ล้านบาท ส่วนที่เกินให้นำไปบวกกลับเป็นรายจ่ายต้องห้ามในการคำนวณกำไรสุทธิ พร้อมกันนั้นให้ไล่ดูรายการที่มูลค่าต่อคนต่อคราวเกิน 2,000 บาท แล้วบวกกลับเฉพาะส่วนเกินด้วย การทำสองอย่างนี้ในกระดาษทำการเดียวกันทุกปีช่วยให้ตัวเลขในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้นิติบุคคลอธิบายได้ทันทีเมื่อถูกสอบถาม

สำหรับกิจการที่ส่งพวงหรีดบ่อยจนเป็นรายการประจำ แนะนำให้ทำทะเบียนคุมแยกหนึ่งแผ่น บันทึกวันที่ ชื่องาน ชื่อผู้รับ ความสัมพันธ์กับกิจการ มูลค่าก่อนภาษี ภาษีมูลค่าเพิ่ม ผู้อนุมัติ และเลขที่ใบกำกับภาษี ทะเบียนแผ่นเดียวนี้ทำให้ค่าพวงหรีด ลงบัญชีได้ถูกหมวดตั้งแต่รายการแรก และตอบคำถามผู้สอบบัญชีได้เกือบทั้งหมด และยังใช้เป็นฐานในการวางงบประมาณปีถัดไปได้ด้วย อ่านรายละเอียดเชิงลึกเฉพาะกรณีลูกค้าและคู่ค้าเพิ่มเติมได้ที่บทความ ซื้อพวงหรีดให้ลูกค้า บันทึกบัญชีอย่างไรให้ถูกต้อง หรือติดต่อทีมลูกค้าองค์กรผ่านหน้า ติดต่อเรา เพื่อขอตัวอย่างเอกสารชุดเต็ม

ข้อมูลกฎหมายในหน้านี้อ้างอิงจาก กฎกระทรวงฉบับที่ 143 กรมสรรพากร ประกอบมาตรา 65 ตรี และมาตรา 82/5 แห่งประมวลรัษฎากร ทั้งนี้ข้อเท็จจริงของแต่ละกิจการต่างกัน ก่อนตัดสินใจปิดงบควรหารือผู้ทำบัญชีหรือผู้สอบบัญชีของกิจการอีกครั้ง

แบบพวงหรีดที่นิติบุคคลสั่งบ่อย ราคาอยู่ในกรอบวงเงินที่ตั้งได้


คำถามที่พบบ่อยเรื่องค่าพวงหรีดกับการลงบัญชีของนิติบุคคล

ถาม: ค่าพวงหรีด ลงบัญชีเป็นค่ารับรองทุกกรณีเลยไหม
ตอบ: ไม่ใช่ทุกกรณี ถ้าผู้รับเป็นลูกค้าหรือคู่ค้าจึงจะเป็นค่ารับรอง แต่ถ้าเป็นงานศพของพนักงานหรือครอบครัวพนักงานตามระเบียบสวัสดิการที่ใช้กับทุกคน จะบันทึกเป็นค่าสวัสดิการพนักงาน ซึ่งไม่ติดเพดานร้อยละ 0.3 และภาษีซื้อโดยหลักนำมาหักได้

ถาม: ภาษีซื้อค่าพวงหรีดที่ให้ลูกค้า ขอคืนได้ไหม
ตอบ: ขอคืนหรือเครดิตไม่ได้ เพราะเป็นภาษีซื้อจากรายจ่ายเพื่อการรับรองตามมาตรา 82/5 (4) แต่นำไปถือเป็นรายจ่ายในการคำนวณกำไรสุทธิได้ตามมาตรา 65 ตรี (6 ทวิ) จึงให้บันทึกรวมกับค่ารับรองแทนการแยกบัญชีภาษีซื้อ

ถาม: พวงหรีดราคา 3,500 บาท หักรายจ่ายได้ทั้งจำนวนหรือไม่
ตอบ: หักได้เฉพาะส่วนที่ไม่เกิน 2,000 บาทต่อคนต่อคราวตามข้อ 3 (2) ของกฎกระทรวงฉบับที่ 143 ส่วนเกิน 1,500 บาทถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามและต้องบวกกลับในการคำนวณกำไรสุทธิ

ถาม: ต้องหักภาษี ณ ที่จ่ายเวลาสั่งพวงหรีดหรือเปล่า
ตอบ: การซื้อพวงหรีดสำเร็จรูปพร้อมส่งถือเป็นการซื้อสินค้า ไม่ต้องหัก แต่ถ้าเป็นการจ้างจัดดอกไม้หรือจ้างตกแต่งสถานที่ซึ่งเข้าลักษณะจ้างทำของ ต้องหักร้อยละ 3 เฉพาะส่วนค่าบริการ และออกหนังสือรับรองการหักภาษีให้ผู้รับเงิน

ถาม: ใบกำกับภาษีต้องออกในชื่อสำนักงานใหญ่เท่านั้นไหม
ตอบ: ออกในชื่อสาขาได้ เพียงแจ้งชื่อสาขา ที่อยู่ และรหัสสาขาให้ครบตอนสั่ง ข้อมูลบนใบกำกับภาษีต้องตรงกับที่จดทะเบียนไว้ ไม่เช่นนั้นอาจถือเป็นใบกำกับภาษีที่มีข้อความไม่สมบูรณ์ในสาระสำคัญ

ถาม: ไม่มีใบขออนุมัติ มีแต่ใบกำกับภาษี เพียงพอไหม
ตอบ: ไม่เพียงพอสำหรับค่ารับรอง เพราะข้อ 5 ของกฎกระทรวงฉบับที่ 143 กำหนดให้ต้องมีกรรมการหรือผู้ได้รับมอบหมายเป็นผู้อนุมัติหรือสั่งจ่ายด้วย ควรจัดทำใบขออนุมัติที่ระบุชื่องาน ผู้รับ และความเกี่ยวข้องกับกิจการแนบไว้เสมอ

ถาม: ส่งพวงหรีดให้ญาติของกรรมการเป็นการส่วนตัว ลงบัญชีบริษัทได้ไหม
ตอบ: ไม่ควรลง เพราะไม่ได้เกี่ยวเนื่องกับการหากำไรของกิจการ หากบันทึกไว้ต้องบวกกลับเป็นรายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี (3) กรณีเช่นนี้ให้กรรมการรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเอง

เรียบเรียงและตรวจสอบข้อมูลโดยทีมงาน Aorest Wreath ร่วมกับฝ่ายเอกสารลูกค้าองค์กร อ้างอิงประมวลรัษฎากรและกฎกระทรวงฉบับที่ 143 อัปเดต สิงหาคม 2569 เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไปเพื่อการวางระบบเอกสาร ไม่ใช่การให้คำปรึกษาทางภาษีเฉพาะราย

ติดต่อทีมขายสำหรับลูกค้านิติบุคคล

@Aorest